FAQ คำถามที่พบบ่อย

จุดเด่นของ HELENE Clinic คืออะไร?

ด้วยประสบการณ์กว่า 17,000 ราย และคุณภาพเซลล์ 2.25 พันล้านเซลล์ต่อการรักษาหนึ่งครั้ง ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา เราจึงเป็นบริษัท
ชั้นนำด้านการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด โดยมีสำนักงานอยู่ใน 4 แห่งทั่วโลก


17,000+ clinical cases and 2.25 billion cells per dose via proprietary technology. The global leader in stem cell therapy with 4 international hubs.

เมื่อเปรียบเทียบกับคลินิกอื่น เหตุใดจึงควรเลือก HELENE Clinic สำหรับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์?

จุดเด่นสำคัญของ HELENE Clinic คือ ประสบการณ์การรักษาและจำนวนเซลล์ที่สามารถให้ได้ในการรักษา ด้วยประสบการณ์สะสมกว่า 17,000 เคส ทำให้ทีมแพทย์มีข้อมูลและประสบการณ์ในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

นอกจากนี้ HELENE Clinic ยังดำเนินงานผ่านเครือข่าย 4 แห่งทั่วโลก จึงสามารถติดตามและนำเทคโนโลยีด้านการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ตามมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ในการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของคลินิก

หากอาศัยอยู่ต่างประเทศ สามารถเดินทางมารับการรักษาที่ญี่ปุ่นได้หรือไม่?

ได้ ทางคลินิกมีล่ามประจำคลินิกที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเวียดนาม และภาษาอาหรับ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการจากต่างประเทศ (Medical Tourism) นอกจากนี้ เรายังประสานงานกับเครือข่ายในโตเกียว ลอนดอน ดูไบ และอาบูดาบี จึงสามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการติดตามผลหลังผู้เข้ารับบริการเดินทางกลับประเทศได้

ผลข้างเคียงและความเสี่ยงของการรักษามีอะไรบ้าง?

เนื่องจากการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ใช้เซลล์ของท่านเอง ความเสี่ยงของการถูกปฏิเสธจึงถือว่าต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น รอยช้ำบริเวณที่เจาะ หรือมีไข้ชั่วคราว คลินิกของเรามีข้อมูลทางคลินิกจากผู้ป่วยกว่า 17,000 ราย จึงให้คำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปรึกษาก่อนการรักษา และมีระบบการดูแลหลังการรักษาที่ครอบคลุม

HELENE Clinic ได้รับการรับรองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการประกันความปลอดภัยของเวชศาสตร์ฟื้นฟูของประเทศญี่ปุ่นหรือไม่?

คลินิกของเราได้รับการรับรอง การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ทุกประเภทที่ให้บริการโดย HELENE Clinic ดำเนินการภายใต้แผนการให้บริการเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine Provision Plan) ซึ่งได้ยื่นต่อกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น และได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการแล้ว

นอกจากนี้ คลินิกยังได้รับการตรวจประเมินอย่างต่อเนื่องโดยคณะกรรมการรับรองด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย โดยเรามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

HELENE Clinic มีความร่วมมือกับสถาบันวิจัยหรือมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศหรือไม่?

มี HELENE Clinic ได้รับการประเมินด้านเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์ระดับนานาชาติ รวมถึงศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ นอกจากนี้ หน่วยงานวิจัยในเครือข่ายของเรายังมีการดำเนินการวิจัยทางคลินิกอย่างต่อเนื่องและนำผลการศึกษามาเผยแพร่ผ่านการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) เครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยในระดับนานาชาตินี้ เป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีของ HELENE Clinic
อย่างต่อเนื่อง

จะมั่นใจได้อย่างไรว่าสเต็มเซลล์ที่ HELENE Clinic ใช้มีคุณภาพ?

HELENE Clinic ให้ความสำคัญกับ อัตราการมีชีวิตของเซลล์ (Cell Viability) และ ความบริสุทธิ์ของเซลล์ (Cell Purity) เป็นอันดับแรก คลินิกใช้ "Helene Medium" อาหารเลี้ยงเซลล์ที่พัฒนาขึ้นเองเพื่อช่วยให้สเต็มเซลล์สามารถเพิ่มจำนวนได้โดยยังคงรักษาความมีชีวิตและการทำงานของเซลล์ไว้
นอกจากนี้ เรายังใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น MACS (Magnetic-Activated Cell Sorting) เพื่อคัดแยกและควบคุมเฉพาะสเต็มเซลล์ที่เหมาะสมสำหรับการรักษาอย่างแม่นยำ
กระบวนการทั้งหมดดำเนินการภายใต้มาตรฐานที่เข้มงวดในแล็บเพาะเลี้ยงเซลล์ของคลินิกซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001

การมีเครือข่ายในต่างประเทศมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างไร?

การมีเครือข่ายในหลายประเทศช่วยให้ HELENE Clinic สามารถนำมาตรฐานทางการแพทย์และข้อมูลการวิจัยล่าสุดจากทั้งในญี่ปุ่น ยุโรป และตะวันออกกลาง
มาประยุกต์ใช้ในการรักษา นอกจากนี้ คลินิกยังทำงานร่วมกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำผ่านเครือข่ายในต่างประเทศ ซึ่งความร่วมมือในระดับนานาชาตินี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของ HELENE Clinic ในด้านการรักษาด้วยสเต็มเซลล์

HELENE Clinic มีเครือข่ายนอกประเทศญี่ปุ่นหรือไม่?

มี HELENE Group ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานของ HELENE Clinic มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมีเครือข่ายการดำเนินงานใน 4 เมือง ได้แก่
โตเกียว (ญี่ปุ่น) ลอนดอน (สหราชอาณาจักร) ดูไบ และอาบูดาบี (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านกฎระเบียบและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดระหว่างแต่ละประเทศ ช่วยให้ HELENE Group สามารถพัฒนาและรักษาเครือข่าย
ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูให้ก้าวทันความก้าวหน้าระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

HELENE Clinic มีการควบคุมคุณภาพของสเต็มเซลล์อย่างไร?

HELENE Clinic มีแล็บเพาะเลี้ยงเซลล์ (CPC) ของตนเอง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001 นอกจากนี้ คลินิกยังใช้อาหารเลี้ยงเซลล์ที่พัฒนาขึ้นเอง "Helene Growth Medium" เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการมีชีวิตของเซลล์ให้สูงที่สุด พร้อมทั้งมีนักเพาะเลี้ยงเซลล์ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตรวจสอบคุณภาพในทุกเคส เช่น การตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย การตรวจหาไวรัส และการนับจำนวนเซลล์

ระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดนี้ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้คลินิกสามารถเพาะเลี้ยงและให้สเต็มเซลล์คุณภาพสูงในปริมาณมากได้

ในการรักษาแต่ละครั้ง สามารถให้สเต็มเซลล์ได้จำนวนเท่าใด?

จำนวนสเต็มเซลล์ที่ใช้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและวัตถุประสงค์ในการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย

ด้วยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเซลล์ที่ HELENE Clinic พัฒนาขึ้นเอง คลินิกสามารถเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์สำหรับการรักษาได้สูงสุดถึง 2.25 พันล้านเซลล์ต่อการรักษา 1 ครั้ง โดยทั่วไป จำนวนและคุณภาพของสเต็มเซลล์ที่ใช้ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ของการรักษา ดังนั้น HELENE Clinic จึงให้ความสำคัญกับการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ที่มีทั้งคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

มีผู้ป่วยจากประเทศหรือภูมิภาคใดบ้างที่เดินทางมารับการรักษาที่ HELENE Clinic?

นอกจากผู้ป่วยในประเทศญี่ปุ่นแล้ว HELENE Clinic ยังให้การรักษาแก่ผู้ป่วยจากหลายประเทศและภูมิภาคทั่วโลก เช่น จีน เวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา โดยเฉพาะผู้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและผู้ที่มองหาทางเลือกด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูต่างให้ความเชื่อมั่นในประสบการณ์การรักษาและมาตรฐานความปลอดภัยของคลินิก ส่งผลให้ HELENE Clinic เป็นหนึ่งในจุดหมายของผู้ป่วยจากต่างประเทศที่เดินทางมารับการรักษา

HELENE Clinic มีประสบการณ์ด้านการรักษาด้วยสเต็มเซลล์มากน้อยเพียงใด?

นับตั้งแต่ก่อตั้งคลินิกในปี 2013 HELENE Clinic ให้บริการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูในประเทศญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง
ณ สิ้นปี 2026 HELENE Group มีจำนวนเคสการรักษาสะสมมากกว่า 17,000 เคส ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคลินิกที่มีประสบการณ์ด้านการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ในระดับ
แนวหน้าทั้งในประเทศญี่ปุ่นและระดับนานาชาติ

สเต็มเซลล์อยู่ที่ไหนในร่างกาย?

สเต็มเซลล์ชนิดร่างกาย (Adult Stem Cells) พบได้ในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย และจากงานวิจัยพบว่ามีอยู่เป็นจำนวนมากในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยที่ HELENE Clinic เราเลือกเก็บสเต็มเซลล์จากชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหลังใบหู

Homing Effect คืออะไร?

Homing Effect คือปรากฏการณ์ทางสรีรวิทยาที่สเต็มเซลล์ หลังจากถูกให้เข้าสู่ร่างกายแล้ว สามารถค้นหาบริเวณที่เกิดความเสียหายหรือการอักเสบได้ด้วยตนเอง จากนั้นจึงเคลื่อนที่ไปสะสมในบริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยส่งเสริมการซ่อมแซมและการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

สเต็มเซลล์ที่ให้ทางหลอดเลือดดำจะไหลเวียนไปทั่วร่างกายผ่านระบบไหลเวียนโลหิตส่วนปลาย และเดินทางผ่านระบบน้ำเหลืองและหลอดเลือดไปยังบริเวณที่ได้รับความเสียหาย เมื่อถึงจุดหมาย เซลล์จะยึดเกาะกับเยื่อบุหลอดเลือด แทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อโดยรอบ ก่อนเพิ่มจำนวนและแยกตัวเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ ตามความจำเป็น

เหตุใดจึงเก็บเนื้อเยื่อไขมันจากบริเวณหลังใบหู? บริเวณนี้มีสเต็มเซลล์จริงหรือ?

ชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหลังใบหูมีสเต็มเซลล์อยู่เป็นจำนวนมาก และมีลักษณะของเนื้อเยื่อที่สม่ำเสมอ เมื่อเปรียบเทียบกับไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้องหรือต้นขา พบว่าบริเวณหลังใบหูมี "หยดไขมัน (Lipid Droplets)" ขนาดเล็กกว่า ทำให้เป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของสเต็มเซลล์ ดังนั้น เนื้อเยื่อไขมันที่เก็บจากบริเวณหลังใบหูจึงถือว่ามีข้อได้เปรียบทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพของสเต็มเซลล์ที่สามารถเก็บได้

นอกจากนี้ บริเวณหลังใบหูยังเป็นตำแหน่งที่มองเห็นได้ยาก ไม่ค่อยสังเกตเห็นรอยแผลเป็นและช่วยลดความกังวลด้านความสวยงามของผู้รับการรักษาได้อีกด้วย

ก่อนเจาะเลือด จำเป็นต้องงดอาหารหรือไม่?

ไม่มีข้อจำกัดเป็นพิเศษ สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

หลังเข้ารับการผ่าตัด ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

หลังทำหัตถการสามารถกลับบ้านได้ทันที แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก สามารถอาบน้ำได้ตั้งแต่วันที่ทำหัตถการ ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ HELENE Group ยังมีระบบติดตามผลหลังการรักษา โดยจะติดต่อทางโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม เพื่อช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับแผลและอาการปวดหลังหัตถการ

หากเข้ารับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ จะได้รับคำอธิบายรายละเอียดก่อนหรือไม่?

ได้ แพทย์จะอธิบายรายละเอียดของการรักษาอย่างครบถ้วน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ทุกเมื่อ เราให้ความสำคัญกับการที่ผู้รับบริการได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ มีความเข้าใจ และยินยอมก่อนเริ่มการรักษา

หากต้องการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ ต้องใช้เวลานานเท่าใด? การรักษาเจ็บหรือไม่?

การรักษาด้วยสเต็มเซลล์เพาะเลี้ยงจะเริ่มจากการเจาะเลือดและเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อผิวหนัง เพื่อนำสเต็มเซลล์ที่อยู่ภายในมาแยกและเพาะเลี้ยง ก่อนการเก็บตัวอย่างผิวหนังจะมีการฉีดยาชาเฉพาะที่ บริเวณที่เก็บตัวอย่างมีขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตร และโดยทั่วไป รอยแผลจะจางลงจนแทบมองไม่เห็นภายในประมาณ 1 เดือน กระบวนการเพาะเลี้ยงเซลล์ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นจึงสามารถให้สเต็มเซลล์ทางหลอดเลือดดำได้ โดยการให้สเต็มเซลล์จะใช้เวลาประมาณ 40–60 นาที และดำเนินการอย่างช้า ๆ ผ่านการให้ทางหลอดเลือดดำ (IV Drip)

【เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์และอาหารเลี้ยงเซลล์ที่ปลอดภัยและมีความบริสุทธิ์สูง】 https://stemcells.jp/technique/

โดยทั่วไปต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะเริ่มเห็นผลการรักษา?

การตอบสนองต่อการรักษาด้วยสเต็มเซลล์แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย โดยทั่วไป หากมีการตอบสนองต่อการรักษา อาจเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ภายใน
ช่วงประมาณ 3–6 เดือน

มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือไม่?

ในประเทศญี่ปุ่น เคยมีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดหลังได้รับสเต็มเซลล์ แม้ว่ายังไม่สามารถสรุปความสัมพันธ์โดยตรงกับการรักษาได้
นอกจากนี้ ในสหรัฐอเมริกายังมีรายงานกรณีสูญเสียการมองเห็นจากการฉีดสเต็มเซลล์เข้าสู่เบ้าตา

HELENE Clinic กำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดทั้งในด้านการควบคุมคุณภาพของเซลล์และวิธีการให้การรักษา โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วย
เป็นอันดับแรก จนถึงปัจจุบัน HELENE Group ได้ให้การรักษาแก่ผู้ป่วยสะสมมากกว่า 17,000 รายและยังไม่เคยมีรายงานภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงจากการรักษาแม้แต่กรณีเดียว

ปัจจุบัน HELENE Clinic ให้การรักษาด้วยสเต็มเซลล์สำหรับโรคหรือภาวะใดบ้าง?

ภายใต้แผนการให้บริการเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น (MHLW) HELENE Clinic ให้คำปรึกษาและให้การรักษาด้วยสเต็มเซลล์สำหรับโรคและภาวะต่าง ๆ ได้แก่
- การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตามวัย
- โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดจากภาวะหลอดเลือดแข็ง
- โรคข้อเข่าเสื่อม
- ภาวะผมร่วง
- ภาวะภูมิคุ้มกันเสื่อมตามวัย
- โรคปริทันต์ที่มีการสลายตัวของกระดูก
- โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM)
- ภาวะหลอดเลือดสมองตีบระยะเรื้อรัง
- โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (T1DM)
- ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง
- โรคระบบประสาทเสื่อม
- ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของคลินิกได้ตลอดเวลา

【รายการแผนการให้บริการเวชศาสตร์ฟื้นฟู】 https://saiseiiryo.mhlw.go.jp/published_plan/index/2

หากเป็นโรคมะเร็ง สามารถเข้ารับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ได้หรือไม่?

โดยหลักการแล้ว HELENE Clinic จะไม่ให้การรักษาด้วยสเต็มเซลล์แก่ผู้ที่มีมะเร็งชนิดร้ายแรงที่ยังอยู่ในระยะดำเนินโรค (Active Malignancy) ทั้งนี้ การพิจารณาจะขึ้นอยู่กับประวัติการรักษาและสภาวะของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล

ได้ยินมาว่าสเต็มเซลล์อาจทำให้เกิดมะเร็ง เรื่องนี้จริงหรือไม่?

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าสเต็มเซลล์เองจะเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็ง และจากงานวิจัยทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ ยังไม่พบรายงานที่ยืนยันการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

หากให้สเต็มเซลล์จำนวน 2.25 พันล้านเซลล์ จะมีความเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดหรือไม่?

HELENE Clinic มีขั้นตอนสำคัญ 2 ระยะ ได้แก่ หลังการเพาะเลี้ยงเซลล์เสร็จสิ้นและก่อนการให้สเต็มเซลล์ โดยดำเนินกระบวนการเพื่อลดการจับตัวเป็นก้อนของเซลล์ (Cell Cluster) อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ อาหารเลี้ยงเซลล์ที่ HELENE Clinic พัฒนาขึ้นเอง ยังช่วยให้สเต็มเซลล์ที่เพาะเลี้ยงมีขนาดเล็กกว่าสเต็มเซลล์ที่เพาะเลี้ยงด้วยอาหารเลี้ยงเซลล์
เชิงพาณิชย์ทั่วไปประมาณ 20% ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดและภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องได้มากยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์ของ HELENE Clinic เพาะเลี้ยงที่ไหน?

สเต็มเซลล์ของผู้ป่วยทุกคนที่เข้ารับการรักษากับ HELENE Clinic จะได้รับการเพาะเลี้ยงทั้งหมดภายในแล็บเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ (CPC) ของคลินิกเอง

อุปกรณ์และสถานที่สำหรับการเพาะเลี้ยงเซลล์ทั้งหมดได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์เซลล์แปรรูปเฉพาะ (Specified Processed Cell Products) จากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 อีกด้วย (สาขา AO Building อยู่ระหว่างดำเนินการขอรับรอง)

เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์และอาหารเลี้ยงเซลล์ของ HELENE Clinic มีความโดดเด่นอย่างไร?

ในปี 2018 HELENE Clinic ได้นำเสนอผลงานวิจัยเกี่ยวกับอาหารเลี้ยงเซลล์แบบปราศจากซีรัมที่พัฒนาขึ้นเอง (HELENE Medium) ในงาน Cambridge International Stem Cell Symposium
ผลการศึกษาพบว่า
- HELENE Medium สามารถเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ได้ในจำนวนมากกว่าอาหารเลี้ยงเซลล์เชิงพาณิชย์ทั่วไปภายในระยะเวลาเท่ากัน
- สเต็มเซลล์มีเซนไคม์ (MSC) ที่เพาะเลี้ยงด้วย HELENE Medium มีขนาดเล็กที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารเลี้ยงเซลล์ชนิดอื่น

มีหลักฐานทางวิชาการที่ระบุว่าสเต็มเซลล์ที่มีขนาดเล็กกว่าจะมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปเป็นไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ได้ยากกว่า จากผลการศึกษาข้างต้น จึงยืนยันได้ว่าเนื้อเยื่อไขมันที่เก็บจากบริเวณหลังใบหูมีสเต็มเซลล์มีเซนไคม์ (MSC) อยู่ แม้ว่าปริมาณไขมันที่เก็บได้จะน้อยกว่าบริเวณต้นขาหรือหน้าท้อง แต่ด้วยเทคโนโลยีในแล็บของ HELENE Clinic และการใช้ HELENE Medium ทำให้สามารถเพาะเลี้ยง MSC ได้สูงสุดถึง 2.25 พันล้านเซลล์ภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน

【เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์และอาหารเลี้ยงเซลล์ที่ปลอดภัยและมีความบริสุทธิ์สูง】 https://stemcells.jp/technique/

เพราะอะไร HELENE Clinic จึงสามารถให้สเต็มเซลล์ได้สูงสุดถึง 2.25 พันล้านเซลล์?

HELENE Clinic สามารถเพาะเลี้ยงและให้สเต็มเซลล์ได้สูงสุดถึง 2.25 พันล้านเซลล์ โดยยังคงรักษาคุณภาพของเซลล์ไว้ได้ ด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- อาหารเลี้ยงเซลล์แบบปราศจากซีรัมที่พัฒนาขึ้นเอง (HELENE Medium)
- ภาชนะเพาะเลี้ยงเซลล์แบบแนวตั้ง
- ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงเซลล์ที่มีประสบการณ์
องค์ประกอบทั้งสามส่วนนี้ทำงานร่วมกันเพื่อให้สามารถเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ได้ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ หากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง ก็จะไม่สามารถรักษาระดับคุณภาพและจำนวนเซลล์ในระดับนี้ได้

HELENE Clinic ยืนยันจำนวนสเต็มเซลล์ 2.25 พันล้านเซลล์ได้อย่างไร?

หลังจากเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์เสร็จสิ้น HELENE Clinic จะดำเนินการตรวจสอบคุณภาพทั้งหมด 3 ขั้นตอน ได้แก่
1. ใช้เครื่อง autoMACS Magnetic Cell Separation System เพื่อตรวจสอบว่าเซลล์ที่ได้เป็นสเต็มเซลล์
2. ใช้เครื่อง Countess FL III Automated Cell Counter เพื่อนับจำนวนสเต็มเซลล์อย่างแม่นยำ
3. ใช้ระบบวิเคราะห์ภาพด้วย AI ที่ HELENE Clinic พัฒนาขึ้นเอง เพื่อประเมินอัตราการมีชีวิต (Cell Viability) ของสเต็มเซลล์
เฉพาะเซลล์ที่ผ่านการตรวจสอบครบทั้ง 3 ขั้นตอนเท่านั้น จึงจะถูกส่งต่อไปยังทีมแพทย์เพื่อนำไปใช้ในการรักษา

【ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ของ HELENE Clinic】 https://stemcells.jp/lab/

ผู้สูงอายุสามารถเข้ารับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ได้หรือไม่?

ตามแผนการให้บริการเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น โดยหลักแล้ว ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 สามารถเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่อายุ 6 ปีขึ้นไป

สำหรับผู้สูงอายุ หากแพทย์ประเมินแล้วว่าสุขภาพโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
ก่อนเริ่มการรักษา

การรักษาที่ HELENE Clinic ให้บริการ ได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่?

ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง HELENE Clinic ได้ยื่น แผนการให้บริการเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine Provision Plan) ต่อกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น และดำเนินการรักษาภายใต้ระบบและมาตรฐานที่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด

โรงพยาบาลของคุณเป็นสถาบันทางการแพทย์ในประเทศญี่ปุ่นหรือไม่?

คลินิกของเราเป็นคลินิกเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูในประเทศญี่ปุ่น และขั้นตอนทางการแพทย์ทั้งหมดดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น ดร.มัตสึโอกะ ผู้อำนวยการคลินิก มุ่งมั่นที่จะเผยแพร่เวชศาสตร์ฟื้นฟูไปทั่วโลก และได้จัดตั้งระบบสนับสนุนหลายภาษาเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นสามารถได้รับการดูแลทางการแพทย์ด้วยความสบายใจ เราให้บริการทางการแพทย์คุณภาพสูงแก่ผู้ป่วยจากทั่วโลกโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติ

ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางการแพทย์ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก คุณจะตอบสนองอย่างไร?

ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยร้ายแรง หรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์หลังจากการให้เซลล์ แพทย์ของเราจะให้การดูแลฉุกเฉินที่เหมาะสมโดยทันที นอกจากนี้ หากพบว่าจำเป็นต้องมีการตรวจเพิ่มเติมหรือการรักษาเฉพาะทาง เราจะจัดส่งและส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลใกล้เคียงโดยทันที ยิ่งไปกว่านั้น โรงพยาบาลของเราเป็นสมาชิกของ "ระบบชดเชยความเสียหายด้านสุขภาพ" ที่ดำเนินการโดยสมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศญี่ปุ่น และเรามีระบบรองรับเพื่อให้การชดเชยและการสนับสนุนที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดูที่: การสนับสนุนที่เชื่อถือได้

หลังการให้ยาต้องระมัดระวังอะไรบ้างหรือไม่?

คำแนะนำหลังการรักษาจะแตกต่างกันไปตามขั้นตอนการรักษา โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดในบริเวณใบหน้าควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดบริเวณที่ได้รับการรักษา และควรทาครีมบำรุงผิวอย่างทั่วถึง ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดสเต็มเซลล์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำพุร้อนหรือซาวน่า การดื่มแอลกอฮอล์ และการออกกำลังกายอย่างหนักในวันที่มีการรักษา ก่อนออกจากโรงพยาบาล (หรือกลับบ้าน) ทีมแพทย์ของเราจะให้คำแนะนำการดูแลหลังการรักษาอย่างละเอียดแก่ผู้ป่วยแต่ละราย โดยปรับให้เหมาะสมกับการรักษาเฉพาะของแต่ละบุคคล

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม: สำหรับผู้ใช้งานครั้งแรก

เซลล์ต้นกำเนิดและเอ็กโซโซมแตกต่างกันอย่างไร?

เอ็กโซโซมที่หลั่งออกมาจากเซลล์ต้นกำเนิดมีบทบาทในบางหน้าที่ของเซลล์ต้นกำเนิด รวมถึงการปล่อยไซโตไคน์ การควบคุมสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน และการยับยั้งการอักเสบ นอกจากนี้ เนื่องจากมีขนาดเล็กมาก ประมาณ 1/200 ของขนาดเซลล์ทั่วไป จึงคาดว่าพวกมันจะสามารถผ่านเข้าสู่สมองได้ (BBB) ​​และไปถึงเนื้อเยื่อเป้าหมาย เช่น สมองและเซลล์ประสาท เพื่อแสดงผลกระทบได้

เมื่อฉีดสเต็มเซลล์เข้าไปในร่างกาย เซลล์ที่ปลูกถ่ายจะหลั่งเอ็กโซโซมออกมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งช่วยในการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ อย่างไรก็ตาม เอ็กโซโซมเป็นถุงขนาดเล็กที่อยู่นอกเซลล์ (Extracellular Vesicles หรือ EVs) ไม่ใช่เซลล์ ดังนั้นจึงไม่มีความสามารถในการจำลองหรือขยายพันธุ์ด้วยตนเอง และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์อื่นและทดแทนเนื้อเยื่อได้

บทความที่เกี่ยวข้อง: การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ (ที่ได้จากไขมันของผู้ป่วยเอง) คืออะไร?

RESERVATION

กรอกแบบฟอร์มหรือเพิ่มเพื่อนใน
LINELINELINELINE,WeChat,WhatsApp,KakaoTalk ฝ่ายดูแลลูกค้าของเราจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

โทรศัพท์ (เบอร์ญี่ปุ่น)

โทร. +81-3-3400-2277

เวลาเปิดทำการ (เวลาญี่ปุ่น): 10:00 - 19:00 น. / หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันพุธที่ 1 และ 3 ของเดือน

ติดต่อผ่านแบบฟอร์ม

แบบฟอร์มติดต่อ
AI ผู้ช่วย ปรึกษา AI ผู้ช่วย